Knowledge Management Bangkok Weekly

Knowledge ‘s blog for everybody in MIT Bangkok and everybody

วิธีการไถนา ปลูกข้าว แบบหว่านน้ำตม

วิธีการไถนา ปลูกข้าว แบบหว่านน้ำตม 

คำกล่าว หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน คำนี้ เราคงคุ้นเคยกัน แต่คงไม่รู้สึกอะไร อย่างมากก็แค่นึกเห็นใจชาวนาผู้ปลูกข้าวเท่านั้น และเป็นเพียงชั่วขณะหนึ่งเท่านั้นแล้วก็ลืมหายไป แต่ก็ยังดี และชาวนาก็คงไม่รู้สึกอะไรเช่นกัน ยังคงทำหน้าที่ผลิตข้าวเลี้ยงคนต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้จะยากเย็นแสนเข็ญเพียงใดที่ต้องเผชิญประสบปัญหาหลายอย่างในกระบวนการผลิต และต้นทุนที่สำคัญคือ น้ำ เป็นปัจจัยหลักไม่เพียงพอสำหรับการปลูกข้าว ซึ่งเห็นผลได้ชัดเจนเป็นปัญหาโลกร้อนในทุกวันนี้ อาหารทั่วโลกจะลดลง ความต้องการมากขึ้น ส่งผลให้ข้าว อาหารของโลกมีราคาแพง ตามกลไกลตลาด ชาวนาคงยิ้มได้นิดหนึง แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้นานเท่าไร เพราะต้นทุนก็สูงขึ้นเป็นเงาตามกันไปเช่น ราคาปุ๋ย น้ำมัน เป็นต้น และสุดท้ายก็เหลือกำไรเพียงน้อยนิดเท่านั้น

กลับมาเข้าเรื่องการไถนาและปลูกข้าวแบบหว่านน้ำตม ซึ่งจะขอให้ข้อมูลในเบื้องต้นพอเป็นแนวทาง ซึ่งในรายละเอียดปลีกย่อยการปฏิบัติมีอีกนวนมากจะไม่ขอกล่าวถึง เป็นเพียงลักษณะการปฏิบัติของผู้เขียนจากประสบการณ์จริง การทำนาที่จังหวัดชัยนาท แล้วนำมาบอกกล่าวเผื่อจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย จึงขอเริ่มต้นในอันดับแรกด้วย 

เครื่องมือและอุปกรณ์

1. รถไถนา หรือชาวบ้านเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า รถอีแต๋น มีลักษณะเป็นรถไถแบบเดินตาม มีเครื่องยนต์ดีเซลยี่ห้อ คูโบต้า ขนาด 80 แรงม้า ติดตั้งอยู่บนหางไถที่ทำตัวเหล็ก มีล้อเหล็ก 2 ล้อแบบตีนตะขาบ เพื่อใช้ในการตะกรุยดิน ไม่ลื่น และไม่จมดิน 

2. ปั๊มสูบน้าหอยโข่ง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว

3. จอบ (สับระแวง บริเวณมุมนาที่รถไถนาเข้าไถไม่ถึง)

4. อื่นๆ

เริ่มจากการสูบน้ำเข้านาให้ทั่วผืนนา ในที่นี้จะใช้วิธีการสูบน้ำจากบ่อบาดาล มีขนาดท่อ 4 นิ้ว ซึ่งถูกตอกลึกลงไปในดินประมาณ 24-36 เมตร ในแนวดิ่ง 90 องศา แล้วใช้ปั๊มหอยโข่งน้ำสูบขึ้นมา โดยใช้เครื่องยนต์รถไถนาเป็นตัวขับเคลื่อนโดยใช้สายพานเป็นตัวคล้องพูลเล่ย์ระหว่างเครื่องรถไถกับปั๊มหอยโข่ง หมุนให้ปั๊มสร้างแรงดูดสูบน้ำขึ้นมาจากใต้ดินขึ้นมา วิธีนี้สิ้นเปลืองน้ำมันมากโดยเฉลี่ย 10 ลิตร ต่อ 12 ชม. เพราะต้องใช้แรงดูดน้ำจากความลึกดังกล่าวเป็นแนวดิ่ง ตั้งฉาก ต้านต่อแรงดึงดูดของโลก จึงไม่เหมือนการสูบจากลำคลอง หนองน้ำ จะมีความลึกชันไม่มากแค่ 10-15 เมตร และทำมุมเอียง 20-60 องศาเท่านั้น และสิ้นเปลืองน้ำมันน้อยกว่ามาก แค่ 5 ลิตร ต่อ 12 ชม.

 สูบน้ำไปอย่างต่อเนื่องโดยให้มีระดับน้ำเพียงพอแก่การไถนา ซึ่งก็จะประมาณท่วมหลังเท้าของเรา โดยประมาณ 5 ซม.จากระดับผิวดิน ที่นาจะมีระดับสูงๆต่ำๆ ไม่ราบเรียบเสียทีเดียวนัก ด้านสูงก็จะใช้น้ำมากกว่าที่ต่ำปกติ ต้องใช้เวลามากในการสูบน้ำเข้า  และโดยปกติจะสูบน้ำแช่ดินไว้ 1 คืน เช่น เริ่มสูบวันนี้ตั้งแต่ตอนเช้า จนถึงพรุ่งนี้ตอนเช้า ถึงจะเริ่มทำการไถนา เพื่อให้ดินชุ่มน้ำไว้ เวลาไถจะได้ง่าย ดินไม่แข็งและเหนียวจนเกินไป และผ่อนแรงงานด้วย

เมื่อได้ระดับเพียงพอแล้วก็ลงมือได้ ไถนาด้วยรถไถนา เรียกว่าการ ไถดะ โดยไถลึกลงไปประมาณ 15-20 ซม. ปรับระยะการไถดินลึกมากน้อยให้พอดีเหมาะสม ดินที่ถูกไถขึ้นมา จะเรียกว่า ขี้ไถ จะคว่ำเรียงกัน เป็นแถวสวยงาม ไถนาวนขวาหนึ่งรอบก่อน จะใส่ข้อต่อพานไถ เลาะข้างคันนาก่อนเรียกว่า ไถเลาะระแวง จากนั้นจะเริ่มไถนาวนทางซ้าย ทวนเข็มนาฬิกา จากนอกเข้าหาใน คือวนจากรอบนอกข้างคันนาเข้ามาเรื่อยมาเข้าสู่ตรงกลางนา วนเป็นลักษณะก้นหอย หากไถได้ง่าย วันหนึ่งจะได้ประมาณ 4 ไร่ เลยทีเดียว  

เมื่อทำการไถดะเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องเพิ่มปริมาณน้ำให้เพียงพอแก่การไถแปรในลำดับต่อไป ต้องสูบน้ำใส่ให้ท่วมหลังขี้ไถ ซึ่งจะมีระดับประมาณ 15-20 ซม. แล้วก็เริ่มไถแปร หรือ ไถคราดได้ทันที หากทำได้ทันเวลาในวันเดียวกัน และไม่หมดแรงเสียก่อน แต่โดยปกติแล้ว เมื่อก่อนหน้านี้ที่น้ำมันยังราคาไม่แพง จะทำการแช่น้ำไว้ 1 คืน เพื่อให้ดินเละง่าย ตอนรุ่งเช้าจึงมาทำการไถคราด แต่ ณ วันนี้ต้องไถให้ทันเวลา (Just in time) เพื่อประหยัดต้นทุน

                การไถแปร จะใช้คราดเป็นตัวเกลี่ยดินขี้ไถให้นาเสมอกัน โดยไถคราดตามแนวขี้ไถ 1 รอบ และไถคราดขวางแนวขี้ไถอีก 1 รอบ เริ่มจากการแบ่งพื้นที่ตรงกลางนา แล้วไถคราดวนซ้ายออกไป กะระยะรอยคราดให้ต่อรอยกันไปเลื่อนออกไปที่ละรอยจนหมดพื้นที่นา   

เมื่อไถคราดครบทั้ง 2 แนว แล้ว และต้องพยายามทำให้ผืนนาเรียบ ซึ่งอาจจะต้องปรับพื้นที่กันหลายครั้งจนเรียบเพียงพอ เพื่อเวลาหว่านข้าวแล้ว และปล่อยน้ำออกจะได้ไม่มีน้ำขังอยู่ทำให้ข้าวเน่า เพราะจมน้ำตาย ซึ่งตรงจุดไหนที่น้ำท่วมขังหรือเป็นที่ลุ่มจะต้องวิดน้ำออกด้วย

                หลังจากที่ไถคราดเรียบร้อยแล้ว ก็จะทำการ ไถคราดปรับดินผืนนาให้เรียบอีก ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าการ รูดเทือก โดยใช้คราดผูกดินกับไม้หน้า 4-6 นิ้ว หนา 1 นิ้ว ยาวประมาณ 3-3.5 เมตร แล้วทำการไถรูดเทือก ปรับระยะการคราดให้สูงขึ้น ทำให้แรงกดคราดน้อยเทือกจะเรียบ และไถวนซ้ายเช่นเดียวกับการไถคราด 2 แนวข้างต้น  

                จากนั้นก็ได้เวลาการหว่านข้าวแล้ว โดยนำข้าวที่แช่น้ำไว้ 1 วันในกระสอบป่านหรือถุงปุ๋ย และนำขึ้นมาไว้บนที่ร่มเปิดปากถุงรดน้ำเช้าเย็น เป็นเวลา 3-4 วันจนงอกแล้วมาทำการหว่านโดยชาวนาลงในผืนนา หลังจากการรูดเทือกเรียบร้อยแล้ว   

                เมื่อหว่านข้าวลงในนาแล้ว ให้ทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้เมล็ดข้าวฝังตัวในดินก่อนแล้วจึงปล่อยน้ำทั้งหมดในผืนนาออก ไม่ให้ขังอยู่ เพราะจะทำให้ข้าวเน่า ไม่เจริญเติบโตขึ้นมา ต้องวิดออกทุกจุดที่มีน้ำขัง ภายใน 1-2 วันเป็นอย่างช้า

ในระยะต่อมา ประมาณ 7 วัน ผืนนาจะเต็มไปด้วยสีเขียวของข้าวที่ ขึ้นมาดันชูยอด แตกใบทะลุดินอันอ่อนนุ่มขึ้นมารับแสงอาทิตย์เจริญเติบโตต่อไปเป็นอาหารหลักของคนไทย และเป็นความหวังสร้างรายได้ให้ชาวนาไทย ที่ผลิตน้ำมันสำหรับมนุษย์โลก ให้ดำรงอยู่ในโลกใบนี้ต่อไป

 

About these ads

เมษายน 24, 2008 - แสดงความเห็นโดย | ความรู้ทั่วไป

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: