Knowledge Management Bangkok Weekly

Knowledge ‘s blog for everybody in MIT Bangkok and everybody

กายใจเป็นห้องทดลองวิทยาศาสตร์

MIT11_WU_รหัสนักศึกษา 49233323

              

 

               ก่อนหน้านี้ทุกคนจะคิดว่าตัวเองมีสติรู้ตัว แต่จริง ๆ แล้วเรารู้ไม่ทันเราเหมือนคนที่กำลังจมลงไปในน้ำ ถลำลงไปในอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก ที่ลากใจเราให้ถูลู่ถูกัง ให้เราเจ็บปวดทุรนทุรายกับเรื่องต่าง ๆ แตกต่างกับขณะที่เรามีความรู้สึกตัว รู้ตัวอยู่เป็นกลาง ๆ เรารับรู้แต่ละประสบการณ์ โดยที่สิ่งนั้น ๆ ไม่สามารถลากใจเราให้กระเพื่อมทุรนทุราย  ได้เป็นประสบการณ์ที่แปลก ราวกับว่าเมื่อก่อนเราไม่เคยมีชีวิตอยู่จริง เราอยู่แค่ในความคิดของเรา เราก็จะคิดถึงเรื่องงาน เรื่องในอดีต คิดเรื่องอนาคต ใจเราแอบทำงานตลอดเวลาโดยที่เราไม่รู้ตัว เรารู้แค่ผลของมัน ผลที่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยและหนัก แต่พอมาฝึกตัวเองใหม่ มาเรียนรู้การเดิน รับประทานอาหาร พูด อย่างรู้สึกตัวใหม่ ๆ เราก็ต้องคอยสังเกตคอยชำเลืองดูจิตใจตัวเอง พอทำไป ๆ จิตใจความรู้สึกของเรา มันก็ปรากฏให้เราเห็นอย่างชัดเจน แล้วตัวเราเป็นเหมือนคนอีกคนที่ดูอยู่ ที่มีสิทธิ์จะเลือกทำตามความคิดก็ได้ ไม่ทำก็ได้ ความรู้สึกมันเหมือนคนที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง เป็นอิสระภาพจากความคิด ความรู้สึกของตัวเองเหมือนกับเราเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในห้องทดลอง มีร่างกายและจิตใจของเราให้เราเฝ้าสังเกต แม้กระทั่งในขณะนี้ ถ้าคุณลองสังเกตดูจะเห็นว่า ตัวเองส่งใจยืดมาดูที่ตัวหนังสือ อ่านแปลความหมาย หยุดคิดเป็นช่วง ๆ แล้วบางขณะใจก็ลอยไปคิดเรื่องอื่น พอนึกขึ้นได้ก็กลับมาอ่านต่ออีก ความคิดของคนเรานี้มันมากมายมหาศาลจริง ๆ แต่เราไม่เคยรู้ทัน ไม่น่าแปลกใจเลย ที่เรามักจะพบว่าความคิดเราพาเราไปทำอะไร ๆ ให้ต้องเสียใจมาแล้วหลายครั้ง เพราะเรารู้ไม่ทันความคิดของตัวเองนั่นเอง
            ตอนนี้ เราลองมาฝึกเป็นเหมือนตำรวจตรวจจับผู้ร้ายกัน คิดอะไรก็รู้ทัน ตรวจดูว่าไม่เป็นโทษแล้วจึงปล่อยให้ทำ หลายคนอาจจะรู้สึกว่า ก็รู้ตัวเองดีอยู่แล้ว แต่ถ้าเราลองนึกย้อนกลับไปดูให้ดี เราจะเห็นว่า บ่อยมากที่เราปล่อยให้ตัวเองไหลไปในความรู้สึก โกรธ น้อยใจ อิจฉา หึงหวง อยากได้ ไม่อยากได้ หงุดหงิด รำคาญ เครียด กังวลใจ เรางับ งับ งับความคิด  ทั้ง ๆ ที่เรารู้ดีว่า ความรู้สึกเหล่านี้ไม่เคยทำประโยชน์ให้กับใคร
            สรุปก็คือ จิตใจเราทำงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งดี ทั้งร้าย เป็นภาระหนักทางใจที่เราแบกไว้ตลอดเวลา เราแบกของหนักไว้ตลอดเวลาโดยที่ไม่รู้ตัว คิดจะวางก็วางไม่ได้ วางไม่เป็น บางคนอาจจะรู้เพียงว่า เราเหนื่อย หนัก เหมือนเด็กหลงทางที่อยากให้ชีวิตเป็นเหมือนแบบเรียนในโรงเรียนที่มีคำตอบที่ถูกต้องเสมอ ตลอดชีวิตที่เราไม่รู้ความจริง เราแก้ปัญหาผิดที่ ผิดวิธี ชีวิตเราจึงยิ่งยุ่งเหยิงวุ่นวาย เพราะเราไม่รู้กฎธรรมดาของชีวิต ไม่รู้แม้กระทั้งกระบวนการการทำงานภายในจิตใจตัวเองว่า ความหงุดหงิด ความอิจฉา ความน้อยใจ ความรัก ความโกรธ เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วทำอย่างไรเราถึงจะมีชีวิตอยู่กับมันได้ โดยที่เราเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ ไม่ต้องยอมจำนนกับอารมณ์ ความคิด ความรู้สึก ความทรงจำ รู้กฎของชีวิต ช่วยให้เราบริหารชีวิตจิตใจได้ตรงจุด เป็นการประกาศอิสรภาพของใจที่เคยตกเป็นเบี้ยล่างตลอดมา
 
 
 
 
 
 

 

 

เมษายน 6, 2008 - Posted by | ทั่วไป

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: