Knowledge Management Bangkok Weekly

Knowledge ‘s blog for everybody in MIT Bangkok and everybody

ตายไป จิตไปเกิดหรือไม่

ดิฉันมีโอกาสฟังหลวงพ่อหลายองค์เทศน์บางทีก็สับสนเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า ตายแล้วไปเกิดหรือไม่ หลวงพ่อบางองค์บอกว่าเกิดแน่นอน บางองค์บอกว่า พูดว่าเกิดก็ไม่ถูกพูดว่าไม่เกิดก็ไม่ถูก มันอยู่ที่จิตเราปรุงแต่งไปอย่างไร ดิฉันมานั่งอ่านหนังสือพุทธธรรมของป.ปยุตโต เป็นหนังสือที่รวบรวมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอาไว้ ใช้ภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย แล้วก็มีตัวอย่างเรื่องเล่าสมัยพุทธกาลให้อ่านด้วย ในหนังสือกล่าวไว้ว่า พระพุทธเจ้าตรัสว่า “…ที่กล่าวว่าชาติก่อนมีนั้นไม่ถูก ชาติก่อนไม่มีนั้นไม่ถูก ชาติหน้ามีนั้นไม่ถูก ชาติหน้าไม่มีนั้นไม่ถูก ทุกอย่างเกิดขึ้นมาเพราะเหตุและปัจจัย…”

 

ดิฉันเลยสับสนว่าเอ๊ะ! ตกลงว่าที่ทั้งพระสงฆ์เทศน์และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้นั้น มันตรงกันหรือขัดแย้งกันกันแน่ นั่งนึกไปนึกมาด้วยเหตุผลที่ว่า พระสงฆ์นั้นท่านได้ศึกษาพระธรรมมาจนถ่องแท้แล้ว ท่านจึงมาถ่ายทอดให้ฟัง แต่แนวทางการถ่ายทอดนั้นอาจแตกต่างกันไป ทั้งนี้และทั้งนั้น เป้าหมายมีอันเดียวคือนิพพาน ดังนั้น ดิฉันจึงเข้าใจตามความคิดของตัวเองว่า ที่พระบางองค์เทศน์ว่าตายไปแล้วต้องไปเกิดแน่นอนนั้นก็ถูก เพียงแต่ท่านข้ามขั้นตอนไปว่า การที่คนเราจะไปเกิดหรือไม่นั้นมาจากจิตปรุงแต่ง นั่นก็คือชีวิตของเราก่อนที่จะไม่มีลมหายใจนั้น ได้พบเจอเหตุการณ์ต่างๆมากมายทั้งดีและไม่ดี เหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้จะต้องฝังอยู่ในความทรงจำของเราอย่างแน่นอนเพราะเราเป็นคนธรรมดาและยิ่งไม่ได้ฝึกปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่หนทางของการหลุดพ้นด้วยแล้วนั้น เราจะต้องมีห่วงอารมณ์แน่ เช่น คนเราเกิดมาก็พบว่ามีพ่อแม่พี่น้อง มีญาติ มีเพื่อน แล้วผู้คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่วนเวียนอยู่ในจิตสำนึกของเราทั้งสิ้น ไม่มีทางเลยที่เราจะตัดทิ้งพวกเขาไปได้ ถึงแม้เราจะปลีกตัวไม่สังคมกับใครก็ตามแต่ลึกๆเราก็รู้ว่าเรามีพ่อมีแม่ สิ่งนี้นี่เองคือจิตเราที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมาแล้วล่ะ แล้วมันก็ไม่มีทางตัดได้แน่นอน แล้วพอมันตัดไม่ได้ ก็จะทำให้จิตเราผูกอยู่กับคนเหล่านี้ไปจนวันสิ้นใจ พระท่านจึงว่าตายไปแล้วต้องไปเกิดใหม่เป็นอะไรก็ตามที่ต้องวนเวียนเกี่ยวข้องกันไปหลายภพหลายชาติ…..

 

ส่วนพระบางองค์ที่เทศน์ว่าตายไปแล้วไปเกิดนั้นไม่ถูก ไม่เกิดก็ไม่ถูก มันขึ้นอยู่กับจิตมันปรุงแต่งไปนั้นก็ถูกอีกเช่นเดียวกัน แต่ท่านมองว่า ถ้าหากก่อนตายเรากำหนดจิตของเราได้ ให้จิตเราสงบ ว่าง ไม่ยึดติดกับอะไรหรือใครได้แล้วนั้น เราย่อมไม่ไปเกิดอีก แต่ถ้าก่อนตายเราตายแบบงงๆ ตายแบบมีกังวล ตายแบบห่วงคนโน้นคนนี้หรือตายแต่จริงๆยังไม่อยากตายนั้น เขาก็ต้องไปเกิดอีก

 

ดิฉันก็ขอยึดตามหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในเรื่องปฏิจจสมุปบาท ซึ่งอธิบายถึง การเกิดขึ้นพร้อมแห่งธรรมทั้งหลายเพราะอาศัยกัน ก็คือทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากเหตุจากปัจจัย ดังนั้น การเกิดหรือไม่เกิดมันก็อยู่ที่ว่า ก่อนที่เราจะตายนั้นจิตเรานึกถึงอะไร นึกถึงสิ่งดีงามหรือสิ่งชั่วร้าย นึกถึงหมาแมว พ่อแม่พี่น้องลูก สามีภรรยาหรือไม่ ถ้านึกถึงก็แสดงว่าไปเกิด เพราะจิตมันปรุงแต่งซะแล้ว แต่ถ้าไม่นึกถึงอะไร มันตายก็ปล่อยมัน สังขารมันไม่เที่ยง ตายก็เป็นแค่อาการอย่างหนึ่ง มันก็ไม่ไปเกิด แต่การไม่ไปเกิดนั้นเราต้องพัฒนาจิตสะสม ดิฉันเชื่อว่าไม่มีใครหรอกที่มานอนทำจิตว่างได้ก่อนตายโดยไม่เคยได้ฝึกจิตเลย

 

ดังนั้นดิฉันจึงได้คำตอบตามนี้เอง ซึ่งเป็นความรู้ที่ออกมาจากการฝึกเจริญอานาปานสติและสมาธิ ก็เลยได้องค์ความรู้มาถ่ายทอดให้เพื่อนๆได้อ่านกัน

เมษายน 23, 2008 - Posted by | ทั่วไป

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: